ดราม่าโดยทันที! ซิโนแวค มอบวัคซีน 50,000 โดส ให้แข้งร่วมฝ่าศึกโคปาฟรี

“คอนเมโบล” หรือ สมาพันธ์บอลอเมริกาใต้ ซึ่งกำลังจะจัดแจงแข่งบอลโคปาอเมริกา 2020 ในตอนระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 11 เดือนกรกฎาคม นี้ ซึ่งเดิมมีระบุจำเป็นที่จะต้องแข่งกันในปี 2020 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็จำต้องเลื่อนเพราะว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19)

ด้าน อเลฮานโดร โดมิงเกวซ ประธานคอนเมโบล เอ่ยถึงเรื่องนี้ว่า “เราจึงควรปกป้องสุขภาพของผู้เล่น รวมทั้งครอบครัวบอลของชาวอเมริกาใต้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการแข่งบอลระดับชาติที่ดั้งเดิมที่สุดของโลกจะกลับมาแกร่งมากกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย”

ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งได้ออกมารับรองว่า นักเตะที่ร่วมการแข่งขันในรายการนี้ทุกคน รวมทั้งทีมงานของทุกชาติ จะไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากการระบาดของเชื้อไวรัสอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าพวกเขาจะได้รับการฉีดวัคซีนของ ซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทผลิตรายใหญ่จากจีนที่พึ่งเอามาบริจาคให้กับสมาพันธ์ ก่อนจะมีการจ่ายแจกให้ 10 ชมรมลูกหนังทั้งยัง 10 ชาติต่อไป

โดยของแลกสำหรับ วัคซีนซิโนแวค จำนวน 50,000 โดส ก็คือเสื้อแข่งขันของ ลิโอเนล เมสซี่ พร้อมลายเซ็นจำนวน 3 ตัว ที่ดินหน้าแข้งดังได้มอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับ หลุยส์ ลาคัลเล ปู ผู้นำอุรุกวัย ไปมอบให้กับผู้บริหารของ ซิโนแวค ไบโอเทค ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของจอมบุกอาร์เจนไตน์นั่นเองจากการรายงานของสื่อแดนละตินอย่างไรก็ตามเมื่อมีการเสนอข่าวสารนี้ออกไปสู่ข้างนอก ก็สร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้กับหลายข้างเพราะว่าคิดว่าในขณะที่พลเมืองในหลายประเทศในอเมริกาใต้ อีกมากมายกำลังรอที่จะได้รับการฉีดวัคซีนคุ้มครองป้องกันวัววิด-19 แต่เหล่าบรรดานักเตะกลับได้สิทธิพิเศษแซงคิวรับวัคซีนก่อน

โรแบร์โต้ เดอ อันดราเด้ ผู้อำนวยการของวัวรินเธียนส์ ทีมดังในลีกบราซิล ออกมาวิภาควิจารณ์โครงการนี้ว่า “ในตอนนี้มีพลเมืองมากมายที่อยากวัคซีนมากยิ่งกว่าเหล่านักกีฬา ผมไม่คิดว่าการแซงคิวเป็นเรื่องที่ถูกต้อง รวมทั้งบอลก็ไม่ได้สำคัญกว่าไปกว่าหน่วยงานอื่นๆอะไร”

สำหรับเพื่อการแข่ง บอลโคปา อเมริกา 2020 จะมีผู้จัดงานร่วมเป็น อาร์เจนว่ากล่าวน่า กับ โคลอมเบีย ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งแน่ใจว่าจะเป็นการแข่งที่ปลอดภัย โดยทั้งยัง ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ รวมทั้ง เอดินสัน คาวานี่ รวมทั้งนักเตะทุกคนที่สมัครสมาชิกเข้าแข่งขันจะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคครบทุกคน

อิตาลีผวา! “แวร์รัตติ” เดี้ยงพักอย่างน้อย 1 เดือน ลุ้นหายทันศึกยูโร

มาร์โก แวร์รัตติ ได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นเข่าขวา รวมทั้งจำเป็นต้องพักราว 4-6 สัปดาห์ ลุ้นหายทันช่วยทีมชาติอิตาลี ทำสงครามยูโร 2020 ในมิ.ย.นี้

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แถลงยืนยัน มาร์โก แวร์รัตติ มีปัญหาเจ็บเอ็นเข่าข้างขวาระหว่างการฝึกซ้อมกับสังกัดเดิม เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เบื้องต้นมีการคาดเดาว่าบางทีอาจใช้เวลาพักฟื้นราวๆ3 สัปดาห์ ซึ่งไม่มีปัญหาสำหรับศึกยูโร 2020 ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ดี สกาย อิตาเลีย กล่าวว่าจากผลของการตรวจร่างกายล่าสุดพบปัญหาที่เอ็นเข่า ทำให้ แวร์รัตติ บางทีอาจจำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นระหว่าง 4-6 สัปดาห์ ไม่ใช่ 3 สัปดาห์อย่างที่คาดเดาเอาไว้ทีแรก

ด้วยเหตุนั้น แวร์รัตติ จึงไม่แน่ว่าจะพร้อมช่วยทีมชาติอิตาลี ทำสงครามยูโร 2020 ในมิ.ย.นี้หรือไม่ โดย อัซซูรี่ จะลงเตะเกมแรกเจอกับ ประเทศตุรกี วันที่ 11 มิถุนายน หรืออีกหนึ่งเดือนด้านหน้านี้แล้ว จึงไม่น่าจะฟิตทันเกมเปิดสนาม รวมทั้งขึ้นอยู่กับเทรนเนอร์ โรแบร์โต้ มันชินี่ ว่าจะเสี่ยงเรียกตัวติดทีมหรือไม่

นาโปลี ถล่มแหลก อูดิเนเซ 5-1 ขึ้นนั่งรองฝูงกัลโช่ฯ

นาโปลี ผงาดขึ้นไปรองหัวหน้าฝูงกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลังเปิดรังไล่ถล่ม อูดิเนเซ่ ขาดลอย 5-1

ศึกบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง ท้องนาโปลี เปิดสนามดีเอโก อาร์มันโด มาราโดนา รับการมาเยี่ยมของ อูดิเนเซ

นาโปลี ผลงานเยี่ยมเกมปัจจุบันบุกไปถล่ม สเปเซีย 4-1 ทำให้ไร้ปราชัยในลีกมา 6 เกมติด ขยับมารั้ง อันดับ 4

ทางด้าน อูดิเนเซ ฟอร์มไม่ค่อยบ่อยเกมปัจจุบันเปิดบ้านเจ๊า โบโลญญ่า 1-1 ทำให้ 4 นัดหลังสุดชนะเกมเดียว แต่ฤดูกาลนี้ก็ไม่น่ามีลุ้นอะไรแล้ว

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรก ถึงนาทีที่ 28 ท้องนาโปลี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วิคเตอร์ โอซิมเฮน หลุดไปซัดในจุดโทษ ฮวน มุสโซ ผู้เฝ้าประตูอูดิเนเซ เซฟออกมาเข้าทาง ปิออตร์ ซีลินสกี ซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย

แล้วหลังจากนั้นนาทีที่ 31 ท้องนาโปลี หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ปิออตร์ ซีลินสกี ได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจ่ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งแทงสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม

ถึงนาทีที่ 41 อูดิเนเซ ไล่มาเป็น 1-2 เมื่อ โรดริโก เด ปอล ส่งบอลให้ สเตฟาโน โอกากา พลิกยิงด้วยขวาในจุดโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ช่วงหลัง นาทีที่ 56 ท้องนาโปลี นำห่าง 3-1 จากความขยันของ เอ้อร์วิง โลซาโน ที่วิ่งไปฉกบอลจากคู่แข่งจนได้หลุดเข้าจุดโทษก่อนกดด้วยขวาย้ำๆเข้าไปไม่พลาด

ถึงนาทีที่ 66 ท้องนาโปลี หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะได้เตะมุมทางฝั่งขวา ปิออตร์ ซีลินสกี เปิดบอลเข้ากรอบจุดโทษ คอนสแตนติเตียนนอส มาโนลาส ขึ้นโหม่งเต็มๆฮวน มุสโซ ปัดมาเข้าทาง จิโอวานนี ดิ ลอเรนโซ ตามซ้ำเข้าไป

เข้าสู่ตอนทดเจ็บ นาทีที่ 90+1 ท้องนาโปลี นำห่าง 5-1 จากจังหวะซัดด้วยขวาจากนอกกรอบของ ลอเรนโซ อินสินเญ

จบเกม ท้องนาโปลี ชนะ อูดิเนเซ 5-1 เก็บเพิ่มเป็น 73 คะแนน พุ่งขึ้นมาด้อยกว่าหัวหน้าฝูง ส่วน อูดิเนเซ มี 40 คะแนนเหมือนเดิม ร่วงมาอยู่อันดับ 12

บันทึกฉบับเบติว่ากล่าวส เฉือน กรานาดา 2-1ขึ้นที่ 6 ลาลีการ่างอัตโนมัติ

เรอัล เบตำหนิส เฉือน กรานาดา หวุดหวิด 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญแซงขึ้นชั้น 6 เพิ่มโอกาสได้ไปลุย ยูโรปา ลีก ฤดูหน้า

การแข่งขันชิงชัย ฟุตบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ประจำคืนวันจันทร์ที่ 10 พ.ค. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล เบตำหนิส ทีมชั้น 7 เปิด เอสตาดิโอ เบนิโต้ บียามาริน รังเหย้าต่อกร กรานาดา ทีมชั้น 10

โดยผลงานในลีกปัจจุบันของทั้งคู่นั้น เบตำหนิส เสมอในลีกมา 6 เกมติด ปัจจุบันบุกไปเสมอกับ บายาโดลิด 1-1 ส่วน กรานาด้านั้น แพ้คาบ้านให้ กาดิซ 0-1

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกในนาที 39 ไอโคนร์ รุยบัล หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาทางซ้าย ก่อนดีดเข้ากึ่งกลางให้ บอร์ฆา อีเกลเซียส พลิกยิงด้วยขวาตุงตาข่าย เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 66 กรานาดา ก็มาตามตีเสมอเป็น 1-1 เสร็จ เมื่อ มาร์ก บาร์ตรา ส่งบอลคืนหลังพลาด ดาร์วิน มาคิส ฉกบอลได้ ก่อนล็อกหลบผู้รักษาประตูเบตำหนิสเข้าไปยิงกล้วยๆ

อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายเกมนาที 87 เบตำหนิส ได้ประตูพลิกแซงนำอีกรอบเป็น 2-1 เมื่อได้ลูกฟรีคิกสองจังหวะบนเส้น 6 หลา บอร์ฆา อีเกลเซียส ยิงคราวแรกไปติดกำแพง ก่อนจะตามซ้ำฤษีองเสยคานเข้าไป

ทำให้จบเกม เรอัล เบตำหนิส เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ กรานาดา ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ขยับแซง บียาร์เรอัล ขึ้นมารั้งชั้น 6 ของตารางได้อีกรอบ

ชุดขาว ฮึด ไล่เจ๊า เซบีย่า2-2 แม้กระนั้นอดขึ้นจ่าฝูง ศึกลา ลีกา

เรอัล มาดริด ทำได้เพียงแต่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ เซบีย่า ช่วงท้ายเกม ไป 2-2 พลาดการขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา สเปน อย่างน่าเสียดาย

ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดหมายนี้ เป็นการเจอกันระหว่าง เรอัล มาดริด ที่เปิดสนามเอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ต้อนรับการมาเยือนของ เซบีย่า

ฝั่งชุดขาว เจ้าบ้านจัดทีมในระบบ 4-3-3 วางเฟเดริโก้บัลเบร์เด้, คาขอบ เบนเซมา และวินิสิอุส จูเนียร์ เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านเซบีญา แขกเลือกใช้แผน 4-3-3 เหมือนกัน โดยมี ลูคัส โอคัมโปส, อเลฮันโดร โกเมซ และซูโซ เป็นสามผสานในแนวรุก

ผลที่ตามมา ครึ่งเเรก เป็นทาง เซบีย่า ที่ออกนำ 1-0 ในนาที 22 อีวาน ราคิติช กระแทกชงมาให้ แฟร์นานโด ที่เกี่ยวหลบ กาเซมีโร่ ก่อนที่จะยิงด้วยซ้ายส่งบอลผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์ เสียบตาข่าย

ชุดขาว ฝ่าหนักหวังเอาคืนและมีลุ้นจาก กาเซมีโร่ กับ จูเนียร์ วินิสิอุส ที่สับไกไม่ผ่าน ยาสซีน โบโน่

ด้านหลังครึ่งแรก โลส บลังโกส มีโอกาสอีกครั้ง หนนี้ กาเซมีโร่ ยิงไกลแม้กระนั้นบอลหลุดกรอบออกหลังไปช่วงหลัง ชุดขาว เดินหน้าบีบคั้นอย่างนาทีที่ 65 โทนี่ โครส สาดบอลเข้าทาง วินิสิอุส จูเนียร์ กดด้วยขวาแม้กระนั้นบอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย

แม้กระนั้นสองนาทีถัดมา ราชันชุดขาว ตีเสมอ 1-1 โทนี่ โครส แทงมาให้ มาร์โก อาเซนซีโอ ยิงด้วยซ้ายแบบไม่จับส่งบอลเสียบตาข่าย

กระนั้นเป็น เซบีย่า ที่ขึ้นนำอีกครั้งในนาที 78 จากจังหวะที่ เอแดร์ ไม่ลิเตา โดนจับแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ วีเออาร์ ยืนยัน และเป็นทาง อีวาน ราคิติช สังหารไม่พลาดพาทีมนำ 2-1

ช่วงทดเวลานาทีที่ 4 โทนี่ โครส ยิงไถล เอแด็น อาซาร์ บอลเปลี่ยนแปลงทางเสียบตาข่าย

จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านเสมอ เซบีย่า 2-2 ทำให้ ราชันชุดขาว ตามหลัง แอตเลติโก มาดริด 2 คะแนน และเหลือเกมลงในสนามอีก 3 นัดหมาย

สังสรรค์แชมป์สวยหรู! บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่ม โบรุสเซีย มึนตัวอย่างเช่นกลัดบัค 6-0

การแข่งขันชิงชัยฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี 2020/21 นัดหมายที่ 32 บาเยิร์น มิวนิค ที่การันตีคว้าแชมป์ยุคที่ 31 ใหม่ๆจากการที่คู่ก่อนหน้าที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ ไป 2-1 เปิดอัลลิอันซ์ อารีทุ่งนา รับการมาเยี่ยมของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค อันดับที่ 7 ของตาราง

วันนี้เจ้าถิ่นใช้แผน 4-2-3-1 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ค้ำหน้าเป้า จามัล มูเซียลา, คิงส์เลย์ โกม็อง แล้วก็ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน ด้านกลุ่มเยี่ยมมาในระบบ 4-4-2 วาเลนตำหนิโน ลาซาโร กับ โยนาส ฮอฟมันน์ ลากเลื้อยขอบเส้น มาร์คัส ตูราม จับคู่ บรีล เอ็มโบโล ล่าตาข่าย

ผลที่ได้รับจากการแข่งขันปรากฏว่า แม่ทัพเสือใต้เป็นข้างเอาชนะไปขาดลอย 6-0 ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำแฮตทริกนาทีที่ 2, 34 กับฆ่าจุดลูกโทษนาที 66, โธมัส มุลเลอร์ นาที 23, คิงส์เลย์ โกม็อง นาที 44 จบท้ายด้วยตัวสำรอง เลรอย ซาเน นาที 86

โดยเกมนี้เจ้าบ้านจะต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในนาที 75 ด้วย จากการที่ ต็องกีย์ เนียงซู กองหลังดาวรุ่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทั้งๆที่เพิ่งจะถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น

จากชัยนัดหมายนี้ ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 74 คะแนน คว้าแชมป์บุนเดสลีกายุคที่ 31 ในประวัติศาสตร์ของสมาพันธ์ แล้วก็เป็นยุคที่ 9 ติดต่อกัน ส่วน โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มี 46 คะแนนเท่าเดิม

ไม่ใช่ผีแดง! สื่ออิตาลี เปิดเผย สมาคมถัดไปที่ “โรนัลโด้” ต้องการย้ายไปค้าลำแข้งในช่วงตอนปลาย

คลาดิโอ ไรมอนดิ ผู้สื่อข่าวกีฬาของอิตาลี เปิดเผยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ สตาร์ชาวประเทศโปรตุเกสวัย 36 ปีของ ยูเวนตุส ต้องการจะย้ายกลับไปเล่นให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน สมัยก่อนทีมเก่าภายหลังจากหมดสัญญากับ กองทัพม้าลาย ในปี 2022 นี้

โดยที่ผ่านมาทีมดังแห่งลีกสูงสุดประเทศโปรตุเกส เป็นสมาพันธ์ที่ปลุกปั้นยอดนักฟุตบอลอย่าง โรนัลโด้ ขึ้นมา โดยเจ้าตัวเข้าระบบอค้างเดมีของทีมตั้งแต่อายุ 12 ก่อนที่ปี 2002/03 จะได้รับช่องทางกับทีมชุดใหญ่ช่วงเวลาที่มีอายุได้เพียง 17 ปีเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมในฤดูกาลถัดมา

จนกระทั่งปัจจุบันนี้เจ้าตัวค้าแข้งอยู่กับ ยูเวนตุส แต่ด้วยผลงานอันทรุดโทรม ทำให้มีข่าวซุบซิบถึงการที่เจ้าตัวไม่มีความสุขในอิตาลีโดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูกาลนี้ที่เสียแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ให้กับคู่ปรับอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไป รวมทั้งการที่ทีมไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลยุโรปตามที่คาดหมายเอาไว้โรนัลโด้ มีข่าวสารพัวพันกับ 2 สมัยก่อนสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนซัมเมอร์นี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไรมอนดิ ผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดังของอิตาลีชี้ว่า สตาร์ชาวประเทศโปรตุเกสรายนี้จะอยู่กับ ทีมม้าลาย จนจบฤดู ก่อนที่จะตกลงใจย้ายไปซบสมาพันธ์เก่าอีกหนึ่งทีมอย่าง สปอร์ติง ลิสบอน ในตอนตอนปลาย

“ผมมั่นใจว่า คริสเตียโน จะอยู่ที่อิตาลีตราบจนกระทั่งหมดสัญญา แต่หลังจากนั้นเขาจะย้ายออกไปอย่างแน่นอน โดย แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เรอัล มาดริด จะไม่ใช่เป้าหมาย เพราะว่าด้วยวัย 37 ปีในเวลานั้น 2 สมาพันธ์นี้อาจไม่มีสิ่งจูงใจมากพอที่เขาจะย้ายกลับไปภายหลังจากเคยประสบผลสำเร็จอย่างสูงมาแทบทั้งสิ้นแล้ว ซึ่งผมพอเพียงจะทราบมาว่า โรนัลโด้ มีทีมในใจอยู่แล้วนั่นคือ สปอร์ติง ลิสบอน ผมว่าเขาจะใช้เวลา 2-3 ปีช่วงท้ายอาชีพกิจการค้าแข้งสำหรับในการพาสมัยก่อนต้นสังกัดกลับมาประสบผลสำเร็จให้ได้อีกที” ไรมอนดิ กล่าว

เก็บตกประเด็นร้อนข้างหลังเกม ยูโรปาลีก ปีศาจแดง ลิ่วเข้าชิง ปะทะ เรือดำน้ำ

34 ครั้ง เป็นตัวเลขของช่องทางทำแต้มจากทั้งคู่กลุ่มรวมกัน ซึ่งแบ่งเป็นฝั่ง โรมา 21 ครั้งเข้ากรอบ 12 เป็น 3 ประตู รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด 13 ครั้งเข้ากรอบ 5 เป็น 2 ประตู

ซึ่งช่วงแรกกลุ่มเยี่ยมมาย้ำตั้งรับรวมทั้งคอยสวนกลับแจ้งชัด ส่วนเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายดาหน้าบุกเข้าใส่ กระทั่ง อสุรกายแดง ออกนำจากจังหวะตอบโต้กลับ ทำให้ช่วงหลัง กองทัพสุนัขป่ากรุงโรม ไม่มีอะไรจะเสีย เดินหน้าบุกเต็มสูบ

ซึ่งนั้นทำให้เกมค่อนข้างเปิดแลกกันอย่างสนุกสนาน ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองมีโอกาสตอบโต้กลับหลายคราว ชนิดที่มีต่างฝ่ายต่างมีลุ้นกันเกือบทุกนาทีเลยทีเดียวคงจำต้องบอกว่าถ้าหากวันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มิได้ ดาบิด เด เคอา ที่องค์ลงอย่างที่มองเห็น อสุรกายแดง อาจมิได้เข้าชิงก็เป็นไปได้ เนื่องจากว่าตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เจ้าตัวจำต้องออกแรงเซฟงามๆหลายต่อหลายคราว

แถมในช่วงช่วงหลังที่ โรมา ได้ทางออกนำ 2-1 เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างกับว่าเจ้าถิ่นจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งก็ได้นายด่านเลือดวัวกระทิงดุรายนี้นี่แหละ ที่ปฏิเสธลูกยิงแบบต่อเนื่องที่ถั่งโถมเข้ามารัวๆยิ่งกว่าปินกลได้แบบปาฏิหาริย์ จนกระทั่งพูดได้ว่าเอารางวัล แมน ออฟ เดอะแมทช์ ไปได้เลยแม้กระนั้นก็อย่าลืมขอบคุณบรรดาแนวรับที่สามัคคีกันปั้นให้ เด เคอา ได้ช่องแงะฟอร์มเก่งออกมาให้แฟนบอลได้มองเห็นกันแบบเต็มสองตาอีกครั้งในเวลากลางคืนนี้คู่ชิงของ อสุรกายแดง ในปีนี้โน่นเป็น บียาร์เรอัล ที่ยัดเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ก่อนจะชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ท้ายที่สุด โดยสถิติก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา 4 นัดหมายที่เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2005 รวมทั้ง 2008 ออกมาด้วยผลเสมอ 0-0 อีกทั้ง 4 เกม

โดนในปัจจุบัน ทัพเรือมุดน้ำ จัดว่ามีขุมกำลังที่ไม่ธรรมดานำโดย เกราร์ด โมเรโน รวมทั้ง ขว้างโก อัลกาเซ สองศูนย์หน้าชาวสเปนที่ยิงรวมกันแล้วถึง 38 ประตูในปีนี้ แถมยังมี เปา โคนร์เรส ที่เคยตกเป็นข่าวสารกับ แมนฯ ยูไนเต็ด รอคุมแนวหลัง

ที่สำคัญเป็นมี อูไน เอเมรี โค้ชที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งถ้วยรายการนี้ ยืนยันด้วยสถิติที่คว้าแชมป์มาสูงที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมฟุตบอลทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย

ชายหนุ่มๆถูกอกถูกใจสิ่งนี้! “เอพริล” นางแบบเพลย์บอยสุดเอ็กซ์สาวกงูใหญ่

ไม่พลาดแน่นอนสำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส ดารานางแบบสาวสุดฮอตของ “นิตยสารเพลย์บอย” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวกตัวยงของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

โดยภายหลังที่ “เนรัซซูปรี่” สามารถกลับมาทวงความโหฬารในลีกอิตาลี ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ได้เป็นยุคที่ 19 ในประวัติศาสตร์สมาพันธ์ และถือได้ว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกรอบในรอบ 11 ปี ภายหลังจากครั้งสุดท้ายทำได้เมื่อปี 2010

ดารานางแบบคนที่ใครๆก็รู้จักก็ออกมาโพสต์ใจความถึงกลุ่มรักว่า “ฟอร์ซ่าอินเตอร์! ขอแสดงความยินดีกับ อินเตอร์ มิลาน พวกคุณคือผู้ชนะ” อย่างไรก็ตามมีคู่รักบอลบางรายเข้าไปทักท้วงคุณว่าไม่คิดที่จะโชว์ภาพในชุดใส่สำหรับว่ายน้ำสังสรรค์การคว้าแชมป์ในครั้งนี้หน่อยหรอ ซึ่งคุณตอบกลับว่า “ฉันสุขสบายมากมายๆกับชัยครั้งนี้ ส่วนเรื่องชุดใส่สำหรับว่ายน้ำคอยติดตามกันถัดไป”

สำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส หรือชื่อเต็ม ท้องนาเดีย ฟอสเตอร์ ดารานางแบบสาวแนววาบหวิวคนประเทศอังกฤษ ที่ไปมีชื่อเสียงในประเทศอิตาลี หลังเคยไปออกรายการโทรทัศน์ พร้อมประกาศตัวว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังดินแดนมะกะโรนี ซึ่งคุณติดตามเชียร์กลุ่มมาอย่างสม่ำเสมอในสนาม ส่วนจะแจ่มแค่ไหนไปส่องกันเลย

จำไม่ลืม! “เจอร์ราร์ด” เผยข้อเสนอสำคัญจาก “คล็อปป์” ก่อนเดินเส้นทางผู้ฝึกสอน

สตีเวน เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมดังแห่งลีกสก็อตแลนด์ เปิดเผยข้อแนะนำที่ เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่จะตนจะรับงานคุมทัพ เดอะ ไลท์บูลส์ เมื่อปี 2018

“ผมแทบเชื่อว่าเลยว่ามันผ่านมา 3 ปีแล้ว ผมรักการทำงานและบทบาทนี้ มันเกิดเรื่องที่แสนน่ายินดีและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ทำสิ่งนี้ นี่เป็นการเดินทางที่บางครั้งบางคราวก็ได้พบกับเรื่องน่าอัศจรรย์ และบางครั้งบางคราวก็ทำให้เกิดความรู้สึกทรุดโทรม”

“ผมทราบมาตลอดว่ามันควรจะเป็นแบบนี้ นี่เป็นการเดินทางที่ทำให้ท่านได้ไปทุกแห่งทุกหน มันพาคุณไปยังจุดสูงสุด, ความรู้สึกที่แสนน่าอัศจรรย์ แต่ว่ามันก็ทำให้ผมต้องทรุดโทรมสิ่งเดียวกัน”

“ผมยังจำในเวลาที่เสวนากับ เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่จะผมจะรับงานนี้ ทั้งยังการบริหารทีมและการทำเรื่องอื่นๆผมได้ถามเขามีเรื่องสำคัญๆอะไรบ้างที่เขาสามารถเสนอแนะผม ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้จากเขาเพื่อจะได้ปรับปรุงตัวเองในอนาคต”

“เขากล่าวกับผมเสมอว่า ‘พากเพียรและมีความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้’ ซึ่งขณะนี้ผมเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเพราะเหตุใดเขาถึงพูดยังงั้น”